MBA

We constantly research and disseminate knowledge to prepare graduate students to be leaders at the community, national and international levels.

Facebook is a social utility that connects people with friends and others who work, study and live around them. People use Facebook to keep up with friends

Custom Search

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การเงินระหว่างประเทศ


1. ความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างประเทศเกิดขึ้นเนื่องจากประเทศต่าง ๆ มีการติดต่อกันทางด้านการค้า การลงทุน การกู้ยืม และการช่วยเหลือกันทางการเงิน แต่ประเทศต่าง ๆ มีหน่วยของเงินตราต่างกัน จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งกันและกัน เมื่อประเทศใดมีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราก็จะมีผลกระทบต่อการค้า การลงทุน ตลอดจนการปรับตัวทางด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ของประเทศ
2. ปัญหาดุลการชำระเงินขาดดุลอาจเกิดได้ทั้งสาเหตุในระยะยาวและระยะสั้น ซึ่งในระยะยาวเกิดจากประสิทธิภาพการผลิต แบบแผนของสินค้าที่ทำการผลิต แบบแผนของอุปสงค์ อัตราการค้า แบบแผนของการค้า การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะยาว ส่วนสาเหตุในระยะสั้นเกิดจาก ช่องว่างระหว่างเงินออมกับเงินลงทุน การเคลื่อนไหวของรายได้ตามวัฎจักรเศรษฐกิจ
3. การขาดดุลการชำระเงินจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ คือ ถ้าประเทศที่ขาดดุลการชำระเงินก็จะมีผลกระทบต่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ภาวะเงินฝืด การว่างงาน เศรษฐกิจขยายตัวต่ำ แต่ถ้าประเทศที่มีดุลการชำระเงินเกินดุลก็จะมีผลทำให้เกิด ภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าขาดเสถียรภาพ
4. การแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินขาดดุล อาจทำได้โดยใช้นโยบายต่าง ๆ ได้แก่นโยบายควบคุมการขยายตัวของเศรษฐกิจ นโยบายด้านการผลิตและการส่งออก นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายการค้า ซึ่งการที่จะใช้นโยบายใดก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา

ความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างประเทศ
1. ความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างประเทศเกิดขึ้นเนื่องจาก ประเทศต่าง ๆ ทำการค้าขายซึ่งกันและกัน มีการกู้ยืมและชำหนี้ระหว่างกัน ประเทศพัฒนาส่งเสริมให้เอกชนเข้าไปลงทุนและให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ประเทศกำลังพัฒฒนา
2. ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจการเงินระหว่างประเทศก็เพราะ เมื่อมีการค้าระหว่างประเทศทำให้ประเทศต้องแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งกันและกัน การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศย่อมมีผลกระทบต่อดุลการค้า ดุลการชำระเงิน ปริมาณสินค้าที่ผลิต การท่องเที่ยว และการลงทุน ตลอดจนผลกระทบต่อการปรับตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ

เงินและความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างประเทศ


1. การเงินระหว่างประเทศเกิดจากประเทศต่าง ๆ ทำการติดต่อค้าขาย การกู้ยืม การลงทุน และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ดังกล่าวทำให้เกิดการไหลเข้าและไหลออกของเงิน ที่ประเทศต่าง ๆ ได้บันทึกไว้อยู่ในรูปของดุลการค้าและดุลการชำระเงิน
2. ประเทศที่มีเงินทุนไหลเข้าประเทศมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก่อให้เกิดการเสียเสถียรภาพในดุลการชำระเงิน ซึ่งจะต้องใช้นโยบายการเงิน การคลัง และนโยบายอื่น ๆ แก้ไขอย่างเร่งด่วน
3. เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ใช้เงินต่างสกุลกัน การซื้อขายสินค้า การชำระหนี้กันระหว่างประเทศจึงจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งกันและกัน แหล่งที่อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเงินเรียกว่า ตลาดเงินตราต่างประเทศ
4. เงินตราที่แลกเปลี่ยนกันในตลาดเงินตราต่างประเทศนั้น จะมีการกำหนดค่าเสมอภาคไว้ แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ การเปลี่ยนแปลงนั้นมี 3 กรณี คือ การเพิ่มค่าเงิน การลดค่าเงิน และการลอยค่าเงิน
5. ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศต่าง ๆ อยู่ในมาตรฐานทองคำ ปัญหาทางด้านการเงินระหว่างประเทศจึงมีน้อย ต่อมาภายหลังสงครามโลก ประเทศต่าง ๆ พากันออกจากมาตรฐานทองคำ และมีนโยบายการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างกันไป อันมีผลทำให้ระบบการเงินระหว่างประเทศขาดเสถียรภาพ ประเทศต่าง ๆ จึงได้มีการจัดตั้งสถาบันการเงินระหว่างประเทศขึ้น
6. สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญและมีบทบาทมากในปัจจุบัน ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนา บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ และสมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ โดยสถาบันการเงินเหล่านี้จะมีบทบาทอย่างมากในด้านการให้กู้ยืมเพื่อบูรณะและพัฒนา บทบาททางด้านการควบคุมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และบทบาทในด้านการให้คำแนะนำและช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ทางด้านวิชาการ

การกำหนดกลยุทธ์ระดับนานาชาติ


กลยุทธ์ระดับนานาชาติ (international level strategy) จะเน้นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (competitive advantage) กับการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาล (government relation) ต่างประเทศ และรวมเอากลยุทธ์ระดับธุรกิจ ระดับดำเนินงาน และระดับบริษัทด้วย องค์การนั้นจึงจะสามารถทำธุรกิจนานาชาติได้ การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันตามที่กล่าวมาแล้วคือ การผลิตและขายสินค้าหรือบริการที่แตกต่าง (differentiation) ความเป็นผู้นำทางด้านต้นทุน (cost leadership) และการตอบสนองได้รวดเร็ว (quick response) ส่วนการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลต่างประเทศนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ในการแข่งขัน ซึ่งบริษัทอาจเลือกการใช้วิธีการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลต่างประเทศได้ 5 วิธีคือ
1. การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว (regulator) ของประเทศที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจ หมายความว่า บริษัทจะต้องศึกษากฎหมายข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่างประเทศที่รัฐบาลของประเทศนั้นกำหนดไว้แล้วเหมือนกับบริษัทอื่นๆ ที่ดำเนินงานอยู่
2. การเจรจาต่อรอง (co negotiated) กับรัฐบาลของประเทศที่จะเข้าไปขายสินค้าให้ออกกฎเกณฑ์ข้อบังคับใหม่สำหรับใช้กับบริษัทนั้นให้แตกต่งไปจากบริษัทอื่นๆ ด้วยเหตุผลว่ากฎเกณฑ์เดิมที่มีอยู่ขัดกับผลประโยชน์ที่ควรจะได้ จึงควรมีกฎเกณฑ์โดยเฉพาะสำหรับบริษัทจากประเทศนั้น
3. การเป็นผู้ขายสินค้าหรือวัตถุดิบ (supplier) วิธีนี้บริษัทที่เข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศมักจะเป็นบริษัทของรัฐบาล หรืออาจเป็นของเอกชนก็ได้ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบหรือสินค้าที่สำคัญ ที่ต่างประเทศต้องใช้สินค้านั้น การเข้าไปดำเนินธุรกิจจึงเจรจากับรัฐบาลของประเทศนั้นขอเป็นผู้ขายให้กับรัฐบาลหรือบริษัทโดยตรง
4. การเป็นลูกค้า (customer) วิธีนี้ทำในฐานะตรงกันข้ามกับการเป็นผู้ขายกล่าวคือ รัฐบาลบางประเทศอาจเป็นผู้ขายที่สำคัญที่ขายสินค้าบางอย่างให้กับประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจนั้น บริษัทที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศนั้นจึงเป็นลูกค้าที่สำคัญ
5. การเป็นคู่แข่งขัน (competitor) บริษัทต่างประเทศที่เข้าไปดำเนินงานในประเทศอื่นอาจทำให้ฐานะคู่แข่งขันกับบริษัทในประเทศนั้นี่เป็นของทั้งเอกชนหรือรัฐบาลก็ได้ เช่น บริษัทสายการบินของต่างประเทศอาจกลายเป็นคู่แข่งขันกับสายการบินในประเทศที่เป็นของรัฐบาล

Popular Posts