MBA

We constantly research and disseminate knowledge to prepare graduate students to be leaders at the community, national and international levels.

Facebook is a social utility that connects people with friends and others who work, study and live around them. People use Facebook to keep up with friends

Custom Search

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์


ผลิตภัณฑ์ทุกตัวจะมีช่วงเวลาในการเข้าสู่ตลาดธุรกิจแตกต่างกันไป ซึ่งย่อมมีผลให้กลยุทธ์ในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน การบริหาร
การผลิตมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ ทั้งด้านคุณภาพ ต้นทุน เวลา และความยืดหยุ่น แต่ละช่วงของวงจรชีวิตจะเน้นวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

         1 ช่วงแนะนำ (Introduction Stage) ช่วงนี้ยอดขายของผลิตภัณฑ์ยังค่อนข้าต่ำ เพราะลูกค้ายังไม่รู้จักคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อย่างชัดแจ้ง แต่ช่วงนี้จะไม่มีคู่แข่งใน
ท้องตลาดเลย กลยุทธ์ขององค์การ : ช่วงแนะนำนี้เป็นช่วงจังหวะเวลาที่ดีที่สุดสำหรับ
การเพิ่มส่วนแบ่งรวดเร็วทำชื่อเสียงให้แก่องค์การ ดังนั้นฝ่ายวิจัยและพัฒนาและฝ่ายวิศวกรรมออกแบบจึงสำคัญมากและมีบทบาทอย่างยิ่ง
ในการเน้นคุณภาพให้เป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์
กลยุทธ์การบริหารการผลิต : ฝ่ายการผลิตควรดำเนินการดังต่อไปนี้
           - ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า โดยสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าในระดับสูง
           - ปรับการออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการทีละเล็กทีละน้อยจนได้วิธีที่เหมาะสมที่สุด
           - ควรผลิตในช่วงสั้นเพื่อทดลองตลาดแล้วปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งจะมีผลให้มีกำลังการผลิตเกิน และต้นทุนต่อหน่วยสูงที่ต้องทำการแก้ไขในช่วงเวลาถัดไป
           - เน้นการอบรมด้านเทคนิคเพราะแรงงานที่มีอยู่ต้องมีความชำนาญสูง
           - จำกัดจำนวนรูปแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ ในช่วงนี้รูปแบบยังไม่จำเป็นต้องหลากหลาย เพื่อลดภาระในการเปลี่ยนแบบเมื่อผลิต
           - สนใจเน้นหนักด้านคุณภาพเพื่อใช้เป็นจุดหมาย
           - กำจัดข้อบกพร่องที่บังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลูกค้าจะบอกกันปากต่อปาก

         2 ช่วงเจริญเติบโต (Growth Stage) ยอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผลิตภัณฑ์ติดตลาดแล้ว ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดและกำไรเพิ่มขึ้น จึงทำให้มีคู่แข่งเริ่มมาเข้าตลาดบ้าง
กลยุทธ์ขององค์การ : ช่วงเจริญเติบโตนี้กิจกรรมการตลาดจะมีบทบาทอย่างมาก ราคาจะลดลง และมีผลถึงภาพพจน์ของผลิตภัณฑ์ด้วย และอุปสงค์ของลูกค้าก็จะเพิ่มขึ้นในภาพรวมของทั้งตลาด จึงต้องผลิตในปริมาณที่พอเพียงกับความต้องการของลูกค้า มิฉะนั้นจะเสียส่วนแบ่งตลาดไป
กลยุทธ์การบริหารการผลิต : ฝ่ายการผลิตควรดำเนินการดังต่อไปนี้
           - ควรพยากรณ์การผลิตอย่างแม่นยำ เชื่อถือได้ เพื่อดูแนวโน้มของผลิตภัณฑ์
           - ผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตต้องเที่ยงตรงเชื่อถือได้
           - สำหรับบางผลิตภัณฑ์ที่เริ่มมีคู่แข่ง ต้องมีการปรับปรุงไม่ให้ด้อยกว่าของคู่แข่งขัน เช่น มีสีสัน รูปทรง ขนาดให้ลูกค้าเลือกได้มากกว่า
           - เพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการ
           - กระจายการผลิตให้ทั่วถึง และเจ้าถึงลูกค้าเป้าหมายให้กว้างที่สุด

         3 ช่วงอิ่มตัว (Maturity Stage) เป็นช่วงที่ยอดขายในระดับสูงสุด แต่อัตราการเพิ่มของยอดขยายจะต่ำมากหรือคงที่ คู่แข่งขันมีมากมายในท้องตลาด
กลยุทธ์ขององค์การ : ควรคงสภาพการลงทุน ระดับคุณภาพ และระดับราคาไว้ หากถ้าสามารถลดราคาได้ก็จะเป็นผลดีต่อการแข่งขันเป็นอย่างมาก และพยายามปกป้องตำแหน่งทางการตลาดพร้อมกับการส่งเสริมการขายและกระจาย
สินค้าด้วยวิธีใหม่ กลยุทธ์การบริหารการผลิต : ฝ่ายผลิตควรดำเนินการดังต่อไปนี้
           - ใช้การออกแบบให้เป็นมาตรฐาน ช่วยลดตนทุนการผลิต
           - ลดการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ให้ช้าลง ใช้การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแทน เพื่อที่จะไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมมาก
           - ใช้กำลังการผลิตแบบมุ่งผลรวมที่ดีที่สุด (Optimum Capacity)
           - ไม่ควรเปลี่ยนกระบวนการผลิตบ่อยครั้ง ควรผลิตครั้งละมาก ๆ และเป็นเวลานาน (ผลิตในช่วงยาว)
           - ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือ เพราะคนงานทำงานเฉพาะสายผลิตภัณฑ์
           - ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไปเสียบ้าง

         4 ช่วงลดลง (Decline Stage) เป็นช่วงที่ยอดขายอยู่ในสภาพที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง บางผลิตภัณฑ์เริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนกันได้มาแทนที่ บางธุรกิจเลิกและออกจากตลาดไปเพราะขาดทุน
กลยุทธ์ขององค์การ : เน้นการควบคุมต้นทุน เพราะการแข่งขั้นด้านราคาจะมากในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงน้องพยายามรักษา
ระดับกำไรให้ดี กลยุทธ์การบริหารการผลิต : ฝ่ายผลิตควรดำเนินการดังต่อไปนี้
           - ปรับผลิตภัณฑ์ให้เกิดความแตกต่างเพียงเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการลงทุนจำนวนมาก
           - พยายามลดต้นทุนการผลิตลงให้ต่ำที่สุดเพราะการแข่งขั้นด้านราคาจะสูงมาก
อันเป็น ผลมาจากกำลัง การผลิตรวมของอุตสาหกรรมมีมากเกินไป
           - กำจัดผลิตภัณฑ์บางตัวที่ไม่ทำกำไร
           - เปลี่ยนกำลังการผลิตไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์อื่นที่ยังไม่เข้าช่วงลดลง หรือใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

องค์ประกอบของแนวความคิดหลักทางการตลาด

ความจาเป็น ความต้องการ และความต้องการซื้อ
1.1 ความจำเป็น (Needs) เป็นอานาจพื้นฐานที่กระตุ๎นให๎บุคคลเกิดความต๎องการในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อมาตอบสนองในสิ่งที่ขาดหายไป แบํงเป็น 3 ประเภท
1.1.1 ความต๎องการทางรำงกาย (Physical needs) เชํน ปัจจัย 4 ได๎แกํ อาหาร ที่อยูํอาศัย เสื้อผ๎า ยารักษาโรค รวมทั้งความอบอุํน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
1.1.2 ความต๎องการทางสังคม (Social needs) เชํน การยอมรับ ความรักจากคนรอบข๎าง
1.1.3 ความต๎องการสํวนบุคคล (Individual needs) ซึ่งแตกตำงกัน เชํน ความต๎องการศึกษาหาความรู๎ การแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง
1.2 ความต้องการ (Wants) เป็นสิ่งที่สามารถตอบสนองความจาเป็นได๎ ซึ่งความต๎องการของคนแตํละคนจะแตกตำงกันออกไปขึ้นอยูํกับวัฒนธรรม สังคม และบุคลิกภาพสํวนบุคคล
1.3 ความต้องการซื้อ (Demands) เป็นความต๎องการในรูปของอานาจในการซื้อ เนื่องจากมนุษย์มีความต๎องการไมํจากัด แตํมีเงินจากัด เพราะฉะนั้นจึงต๎องเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณคำ และสามารถตอบสนอง

2. ผลิตภัณฑ์ (Products) เป็นสิ่งที่ผู๎ผลิตหรือนักการตลาดนาเสนอแกํตลาดเพื่อให๎ผู๎บริโภคเกิดความสนใจ (attention) การซื้อ (acquisition) การใช๎ (use) หรือการบริโภค (consumption) โดยผลิตภัณฑ์นั้นต๎องสามารถตอบสนองความจาเป็นและความต๎องการของผู๎บริโภค แบํงเป็น 10 ประเภท ดังนี้
2.1 สินค๎า (Goods) เชํน สินค๎าอุปโภคบริโภคตำงๆ สินค๎าที่ผลิตจากโรงงาน เป็นต๎น
2.2 บริการ (Services) เชํน กิจกรรมเกี่ยวกับการเดินทาง ที่พัก สุขภาพ ร๎านค๎า ร๎านอาหาร หรือสิ่งบันเทิงที่อานวยความสะดวกในการใช๎ชีวิตประจาวัน
2.3 ประสบการณ์ (Experiences) เชํน การดูละครหรือคอนเสิร์ตตำงๆ การทํองเที่ยว
2.4 เหตุการณ์ (Events) เชํน การแขํงขันโอลิมปิค การจัดนิทรรศการ งานฉลองตำงๆ
2.5 บุคคล (Persons) เชํน ดารา นักร๎อง นักกฎหมาย นักการเงิน นักดนตรี หรือที่ปรึกษาตำงๆ
2.6 สถานที่ (Places) เชํน สถานที่ทํองเที่ยว สถานที่ตากอากาศ นิคมอุตสาหกรรม พิพิธภัณฑ์
2.7 ทรัพย์สิน (Properties) เชํน หุ๎น หุ๎นกู๎ สิทธิบัตร
2.8 องค์กร (Organizations) เชํน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กร หรือการเข๎ารํวมในชมรม/หนํวยงาน/องค์กรตำงๆ
2.9 ข๎อมูลขำวสาร (Information) เชํน สารานุกรมทางการตลาด นิตยสารที่ให๎ข๎อมูลทางด๎านตำงๆ สถานีวิทยุที่ให๎ข๎อมูลทางด๎านการพยากรณ์อากาศหรือการจราจร องค์กรวิจัย หรือ ที่ปรึกษาที่ให๎บริการทางด๎านการขำวสารตำงๆ
2.10 แนวความคิด (Ideas) ข๎อเสนอตำง ๆทางการตลาดจะต๎องมีการรวมเอาแนวความคิดเข๎าไปด๎วย เป็นความคิด

แนวความคิดหลักทางการตลาด ((Core markettiing conceptts)

การตลาดเป็นการตอบสนองความจาเป็นและความต๎องการ ตลอดจนความต๎องการซื้อของผู๎บริโภค เมื่อผู๎บริโภคได๎รับผลิตภัณฑ์แล๎ว สิ่งนั้นยํอมมีคุณคำและสร๎างความพึงพอใจให๎กับผู๎บริโภคเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยใช๎กระบวนการแลกเปลี่ยน ซื้อขายผลิตภัณฑ์นั้น โดยมีการสร๎างสัมพันธ์ทางการตลาดอยำงเป็นระบบ ซึ่งจะกํอให๎เกิดทรัพย์สินที่มีคำยิ่งแกํองค์กร และมีลักษณะเป็นวัฏจักรหมุนวนไปเรื่อยๆไมํมีที่สิ้นสุด ซึ่งนักการตลาดต๎องมีความชานาญในการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อหาสิ่งที่มีคุณคำมาสนองความต๎องการของผู๎บริโภค จึงเกิดกระบวนการของแนวความคิดหลักทางการตลาดขึ้น

คุณค่าในสายตาของลูกค้า ความพึงพอใจของลูกค้า และคุณภาพ
1 คุณค่าในสายตาของลูกค้า (Customer value) ผลิตภัณฑ์ที่นักการตลาดเสนอขายจะต๎องมีคุณคำในสายตาของลูกค๎า (Customer value) ซึ่งหมายถึงความแตกตำงระหวำงคุณคำที่ลูกค๎า
ได๎รับจากการเป็นเจ๎าของหรือใช๎ผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบกับต๎นทุนในการได๎มาซึ่งผลิตภัณฑ์นั้นๆ
2 ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer satisfaction) ผลิตภัณฑ์ที่นักการตลาดเสนอขาย นอกจากจะต๎องมีคุณคำในสายตาของลูกค๎าแล๎ว ยังจะต๎องทาให๎ลูกค๎าเกิดความพึงพอใจ (Customer satisfaction) ซึ่งเกิดจากคุณคำที่ลูกค๎าได๎รับนั้นตรงหรือสูงกวำคุณคำที่ได๎คาดหวังไว๎
3 คุณภาพ (Quality) การที่ลูกค๎าจะประเมินวำผลิตภัณฑ์มีคุณภาพหรือไมํนั้น จะประเมินจากการที่ผลิตภัณฑ์สามารถสร๎างความพึงพอใจแกํลูกค๎าได๎เพียงใด

การสร้างความสัมพันธ์ทางการตลาด (Relationships marketing) การทาการตลาดในปัจจุบันจะต๎องมุํงเน๎นไปที่การสร๎างสัมพันธภาพทางการตลาด ซึ่งหมายถึงกระบวนการสร๎าง รักษา และการเพิ่มสัมพันธภาพกับลูกค๎า และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย เชํน พนักงานผู๎ป้อนปัจจัยการผลิต ผู๎กระจายสินค๎า ผู๎ค๎าปลีก ธนาคาร รัฐบาล ชุมชน เป็นต๎น

Popular Posts