MBA

We constantly research and disseminate knowledge to prepare graduate students to be leaders at the community, national and international levels.

Facebook is a social utility that connects people with friends and others who work, study and live around them. People use Facebook to keep up with friends

Custom Search

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์และยุทธศาสตร์ขององค์การ

วิสัยทัศน์ (Vision) คือ ภาพในอนาคตขององค์กรที่ผู้นำและสมาชิกทุกคนร่วมกันวาดฝันหรือจินตนาการขึ้น
โดยมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงในปัจจุบัน เชื่อมโยงวัตถุประสงค์ ภารกิจ ค่านิยม และความเชื่อเข้าด้วยกัน
พรรณนาให้เห็นทิศทางขององค์กรอย่างชัดเจน มีพลังท้าทาย ทะเยอทะยาน และมีความเป็นไปได้ เน้นถึงความมุ่ง
มั่นที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หรือดีที่สุดให้กับลูกค้าและสังคมวิสัยทัศน์จะเกี่ยวกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เป็นการตัดสิน
ใจเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางธุรกิจ เป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดทางธุรกิจ ซึ่งจะกล่าวถึงอีกครั้งใน
เรื่องยุทธศาสตร์ขององค์การ
ทำไมองค์กรต้องมีวิสัยทัศน์
1. วิสัยทัศน์สร้างพลังให้กับองค์กร การจะทำให้องค์กรมีการรวมพลังมุ่งไปในทิศทางเดี่ยวกันได้ต้องอาศัย
องค์ประกอบหลายอย่าง ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ภาวะผู้นำที่จะนำคนทั้งองค์กรได้ และวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน
หรือองค์กร
2. วิสัยทัศน์ทำให้ได้เปรียบในแข่งขัน ในโลกของการแข่งขันผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ย่อมได้เปรียบเสมอ เพราะ
สามารถคะเนเหตุการณ์ในอนาคตได้ และวิสัยทัศน์ทำให้เกิดความทะเยอทะยานหาญกล้าที่จะเป็นหนึ่ง
3.วิสัยทัศน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์อาจจะเขียนในรูปของร้อยแก้วแบบใดก็ได้ แต่ควรประกอบ
ด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ
1. ท่าต้องการทำอะไรให้สำเร็จ (ภารกิจ)
2. ทำไมท่านจึงต้องการทำให้สำเร็จ (วัตถุประสงค์)
3. ท่านคาดหวังผล (Results) เช่นไร
กระบวนการกำหนดวิสัยทัศน์นั้นทำได้หลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ต้องมีเหมือนกันก็
คือวิสัยทัศน์ กำหนดขึ้นโดยคณะผู้นำขององค์กร ซึ่งกำหนดร่วมกันโดยการประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นวิสัย
ทัศน์ ต้องมีความชัดเจน ความยาวเหมาะสมกับโครงสร้าง ขนาด และลักษณะขององค์กร บอกได้ว่าองค์กรจะเป็น
อย่างไร และทำอะไรในอนาคต รวมทั้งระบุความเชื่อที่เป็นพื้นฐานนำไปสู่วิสัยทัศน์นั้น วิสัยทัศน์ของแต่ละองค์กร
ควรมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว เพื่อจำแนกให้ความแตกต่างจากองค์กรอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้วิสัยทัศน์ของแต่ละ
หน่วยงานย่อยในองค์กรจะต้องสอดคล้องหรือสนับสนุนวิสัยทัศน์ขององค์กรด้วย

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

Financial Health Check

Financial Health Check (การตรวจสุขภาพทางการเงิน) คือกระบวนการสำรวจสถานะทางการเงินในปัจจุบันของท่าน เพื่อช่วยให้ท่านเตรียมความพร้อมในการบรรลุถึงความต้องการที่สำคัญในอนาคต และรับมือกับปัญหาเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
Financial Health Check (การตรวจสุขภาพทางการเงิน) จะช่วยท่านค้นหาความต้องการที่แท้จริง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น เพื่อเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถ โดยจะชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นหลัก ๆ โดยทั่วไป 4 ประการคือ
1. หลักประกันของครอบครัว (family income protection)
2. เงินออมเพื่อการศึกษา (education saving)
3. เงินออมเพื่อการเกษียณที่สดใส (retirement saving)
4. ค่าใช้จ่ายเพื่ออุบัติเหตุ และสุขภาพ (accident & health coverage)
เพราะเราตระหนักดีว่า ทุกช่วงอายุ มีความสำคัญ และการวางแผนทางการเงินให้ สอดคล้องต่อความต้องการทุกระดับ ในทุกช่วงของชีวิตมีความสำคัญยิ่งกว่า
ดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าท่านลูกค้าของเอไอเอ จะสามารถกำหนดเป้าหมายที่ต้องการในอนาคตได้อย่างชัดเจน และไปให้ถึงเป้าหมายทางการเงินดังกล่าวนั้น เอไอเอ จึงได้พัฒนาการอบรมตัวแทนประกันชีวิตให้มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถวิเคราะห์ วางแผน ช่วยเตรียมความพร้อมรวมถึงแนะนำการดำเนินการอย่างมีระบบเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ให้กับท่านลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุดผ่านขั้นตอนโดยย่อ ดังนี้
1. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและตัวแทนประกันชีวิตถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเปิดใจ
2. วิเคราะห์และจัดลำดับความต้องการที่แท้จริง
3. กรอกแบบสำรวจเพื่อวิเคราะห์สถานะทางการเงินในปัจจุบัน
4. วิเคราะห์และแนะนำทางเลือกที่เหมาะสม
5. ตัดสินใจทางเลือกที่ต้องการโดยลูกค้า
6. ร่วมกันประเมินผลเป็นระยะ ๆ
ทั้งนี้ การวางแผนผ่านขั้นตอนข้างต้นอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ท่านได้รับประโยชน์จากการวางแผนและการดำเนินการร่วมกันอย่างสูงสุด ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับในเบื้องต้น มีดังนี้
1. กำหนดเป้าหมายชีวิตที่ต้องการอย่างชัดเจน
2. ป้องกันปัญหาเงินขัดสน เพราะได้รับการวางแผนการใช้จ่ายเงินที่มีระบบ
3. คลายความกังวลต่อการสร้างครอบครัว

วิธีการบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อความคล่องตัว

วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการด้านการเงิน
วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการด้านการเงินคือ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว (liquidity) และเพื่อประโยชน์ในด้านการทำกำไร (profitability)

วิธีการบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อความคล่องตัว ควรดำเนินการในด้านต่อไปนี้
1. พยากรณ์การเคลื่อนไหวของเงินสด (forecasting cash flow) โดยมีการวางแผนทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้มั่นใจว่ามีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และการลงทุน ซึ่งหากไม่พอเพียงจะได้หาแหล่งกู้ยืมเงินขาดมืออันจะก่อความเสียหายให้แก่องค์การหรือธุรกิจได้
2. การจัดหาเงินทุน (raising funds) ฝ่ายบริหารเลือกแหล่งกู้ยืมเงินที่เสียค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด และมีโอกาสที่จะได้รับเงินสดได้ทันตามความต้องการ
3. การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (working capital management) เป็นการจัดสรรว่าเงินสดที่มีหรือเงินทุนที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายในรอบระยะเวลาของการปฏิบัติงาน (operating cycle) ซึ่งอาจเป็นระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หรือตามฤดูกาล ทั้งนี้แล้วแต่ชนิดและลักษณะของธุรกิจ ซึ่งการเคลื่อนไหวของเงินทุนหมุนเวียนโดยทั่วไปมี 2 ลักษณะคือการเคลื่อนไหวในรอบระยะเวลาของการปฏิบัติงานระยะสั้น (short cycle) และการเคลื่อนไหวในรอบระยะเวลาของการปฏิบัติงานระยะยาว (long cycle) หรือการกำหนดเวลาที่ผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องจะพิจารณาให้ใกล้เคียงกับสภาพการณ์ที่ควรเป็นของธุรกิจ โดยพิจารณาว่าควรนำไปใช้ในด้านใดบ้างและในปริมาณเท่าใด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น เป็นค่าใช้จ่ายด้านส่งเสริมการจัดจำหน่าย ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะหากต้องมีการเสียดอกเบี้ยจากการกู้ยืมมาควรพิจารณาว่ามีความจำเป็นมากหรือไม่ และต้องนำอัตราดอกเบี้ยมาคิดรวมเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งหากผลตอบแทนต่ำจะเป็นการลดอัตราส่วนผลกำไรของกิจการลงได้

Popular Posts