MBA

We constantly research and disseminate knowledge to prepare graduate students to be leaders at the community, national and international levels.

Facebook is a social utility that connects people with friends and others who work, study and live around them. People use Facebook to keep up with friends

Custom Search

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สรุปการจัดการการเงิน2

บทที่ 15 เรื่อง การจัดการสินทรัพย์หมุนเวียน
1. คำจำกัดความเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียน 1)เงินทุนหมุนเวียน หมายถึงส/ทหมุนเวียนที่ใช้ในการดำเนินงาน 2) เงินทุนหมุนเวียนสุทธิ หมายถึง ผลต่างระหว่างส/ทหมุนเวียน
กับหนี้สินหมุนเวียน สมการ เงินทุนหมุนเวียนสุทธิ =สินทรัพย์หมุนเวียน-หนี้สินหมุนเวียน ) 3)Current ratio หมายถึง สินทรัพย์หมุนเวียนหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน
ใช้วัดสภาพคล่องของกิจการ 4) Quick ratio ใช้วัดสภาพคล่องของกิจการเช่นเดียวกับ Current ratio แต่หักสินค้าคงเหลือที่มีสภาพคล่องน้อยที่สุดออกจากสินทรัพย์หมุนเวียน
5)งบประมาณเงินสด คือประมาณการกระแสเงินสดรับและจ่าย ทำให้ทราบว่ากิจการมีกระแสเงินสดรับเพียงพอกับจ่ายหรือไม่ 6)นโยบายเงินทุนหมุนเวียน เป็นนโยบายเกี่ยวกับ
(1)เกี่ยวกับการกำหนดว่าจะมีสินทรัพย์หมุนเวียนแต่ละประเภทเพียงไร(2)จะจัดหาเงินทุนจากแหล่งใดมาลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน 7)การจัดหาเงินทุนหมุนเวียน
หมายถึงการกำหนดนโยบายเงินทุนหมุนเวียน และดำเนินการตามนโยบายนั้น ๆ 2.วงจรเงินสด 1)ระยะเวลาในการผลิตและขายสินค้า คือ ระยะเวลาถัวเฉลี่ยในการแปร
สภาพวัตถุดิบเป็นสินค้าสำเร็จรูปและขายสินค้านั้น 2)ระยะเวลาในการเก็บหนี้ คือระยะเวลาถัวเฉลี่ย เริ่มจากขายเชื่อจนถึงเก็บเงินจากลูกหนี้ได้ เรียกว่า days sales outstanding
(DSO) 3)ระยะเวลาในการชำระหนี้คือระยะเวลาถัวเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ซื้อวัตถุดิบจ้างแรงงานจนถึงวันที่จ่ายชำระเงิน 4) วงจรของเงินสด คือ ช่วงระยะเวลาที่เงินทุนได้จมไว้กับ
ส/ทหมุนเวียน(วงจรของเงินสด=ระยะเวลาในการผลิตและขาย+ระยะเวลาเก็บหนี้-ระยะเวลาในการชำระหนี้ 3.แนวความคิดเงินทุนหมุนเวียนเป็นศูนย์ 4. นโยบายการ
ลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน 1) นโยบายลงทุนในส/ทหมุนเวียนสูง ซึ่งกิจการจะกระตุ้นยอดขายโดยการให้สินเชื่อทำให้ลูกหนี้การค้าสูงด้วย 2)นโยบายลงทุนในส/ทหมุนเวียน
แบบจำกัด จะให้มีไว้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 3)นโยบายลงทุนในส/ทหมุนเวียนระดับปานกลาง คือไม่มากหรือน้อยเกินไป จะเลือกนโยบายใดนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ในสถานการณ์ที่แน่นอนคือ ยอดขาย ต้นทุน ระยะเวลาการสั่งซื้อ ระยะเวลาในการจ่ายชำระหนี้สามารถทราบได้แน่นอนก็จะมีส/ทหมุนเวียนในระดับต่ำได้เพราะการมี
ส/ทหมุนเวียนสูงไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น 5) การจัดการเงินสด เงินสดเป็นส/ทหมุนเวียนที่มีสภาพคล่องที่สุดแต่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป้าหมายของการจัดการเงินสดคือ
มีเงินสดให้น้อยที่สุด โดยต้องเพียงพอที่จะชำระหนี้โดยได้รับส่วนลดเงินสด รักษาเครดิตของกิจการไว้ และเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ข้อดีของการถือเงินสดและส/ทที่ใกล้เคียง
เงินสดไว้เพียงพอ 1)เพื่อซั้อสินค้าโดยได้รับส่วนลดการค้า 2)เพื่อรักษาฐานทางเครดิตไว้ ทำให้ Current ratio , Quick ratio อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมทั่วไป3) มีโอกาส
ได้รับข้อเสนอพิเศษจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบ 4)เพื่อให้มีเพียงพอใช้ในยามฉุกเฉิน 6.งบประมาณเงินสด คือ ประมาณการกระแสเงินสดรับจ่ายคงเหลือ ของช่วงเวลาหนึ่งโดย
ปกติจะจัดทำเป็นรายเดือน 7)เทคนิคการจัดการเงินสด มี 4 อย่าง คือ (1)จัดให้กระแสเงินสดมีความสอดคล้องกัน 2)ทำให้กระบวนการเคลียร์เช็คเร็วขึ้น 3)การใช้ส่วนที่ต่างกัน
4)การเร่งรัดเก็บเงิน 8)หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด คือ หลักทรัพย์ที่ขายได้ในเวลาไม่นานนักธุรกิจมีเหตุผลในการลงทุนซื้อหลักทรัพย์ นี้คือ 1)สามารถ
เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วจึงใช้แทนเงินสดในการใช้จ่ายตามปกติและยังให้ผลตอบแทนอีกด้วย 2)เป็นการสำรองเงินสด 3)เพื่อเก็งกำไร 9)สินค้าคงเหลือ จำแนกได้เป็น 4 ประเภท
1)ของใช้สิ้นเปลือง 2)วัตถุดิบ 3)สินค้าระหว่างผลิต 4)สินค้าสำเร็จรูป 10)ต้นทุนของสินค้า มีเป้าหมาย 2 ประการ 1)สินค้ามีเพียงพอต่อการทำธุรกิจต่อไป 2)ต้นทุนสั่งซื้อและ
เก็บรักษาต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จำแนกได้เป็น ต้นทุนในการเก็บรักษา ต้นทุนในการสั่งซื้อ ส่งสินค้า และรับสินค้า ต้นทุนทิ่สินค้าไม่พอขาย 11)ระบบการควบคุมสินค้า
มีวิธีดังนี้ 1)Red-Line Method จะขีดเส้นแดงไว้รอบ ๆ สถานที่เก็บสินค้า เมื่อสินค้าลดลงถึงเส้นแดงที่ขีดไว้ ก็จะสั่งซื้อสินค้าครั้งต่อไป 2)Two-Bin Method จะเก็บสินค้า
ไว้ในที่เก็บสินค้า ๒แห่ง เมื่อสินค้าในสถานที่เก็บแห่งหนึ่งแห่งใดหมดก็จะสั่งซื้อสินค้าครั้งต่อไป 3)Computerixed Inventory Control System จะใช้คอมฯช่วยบันทึกรับ-จ่าย
สินค้าและปรับยอดคงเหลือสินค้าตลอดเวลา เมื่อสินค้าลดลงถึงจุดสั่งซื้อคอมฯจะสั่งซื้อเองอัตโนมัติ //// Just-In-Time Systems :JIT คือ การควบคุมสินค้าที่ผู้ส่งวัตถุดิบ
และส่วนประกอบต่าง ๆ ประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อจัดส่งวัตถุดิบได้ทันเวลาที่ต้องการ โดยส่วนประกอบต่าง ๆ ต้องมีคุณภาพถ้ามีชิ้นส่วนใดเสียหาย อาจต้องหยุดผลิตได้
จึงต้องใช้ร่วมกับระบบการจัดการคุณภาพโดยรวม(TQM) /// Out-Sourcing คือ การสั่งซื้อชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตสินค้าจากผู้ผลิตอื่นแทนการผลิตเองและใช้ร่วมกับ JIT
ทำให้ปริมาณสินค้าคงเหลือลดลง 12)การจัดการลูกหนี้การค้า ต้องเริ่มตัดสินใจว่าจะขายสินค้าเป็นเงินเชื่อหรือไม่ เงื่อนไขอย่างไร มีนโยบายเก็บหนี้อย่างไร การเพิ่มขึ้นของ
ลูกหนี้การค้ามี 2 ประการ คือ ปริมาณการขายเชื่อและระยะเวลาเก็บหนี้ถัวเฉลี่ย (ตั้งแต่วันที่ขายเชื่อถึงวันที่เก็บเงินได้ถัวเฉลี่ย) การบ่งชี้สถานะ
ของลูกหนี้การค้า จะทำให้1)สินค้าคงเหลือลดลงเท่ากับต้นทุนขาย2) ลูกหนี้การค้าเพิ่มขี้นเท่ากับราคาขาย กำไรเพิ่มขึ้นเท่ากับผลต่างของ(1)(2) 13)นโยบาย
การให้สินเชื่อ ประกอบด้วยตัวแปรดังนี้ ระยะเวลาการให้สินเชื่อ ส่วนลด มาตรฐานของสินเชื่อ และนโยบายการเรียกเก็บหนี้ 14)การกำหนดระยะเวลาและ
มาตรฐานการให้สินเชื่อ ประกอบด้วย มาตรฐานการให้สินเชื่อ คือ ความเข้มแข็งของสถานะการเงินและความน่าเชื่อถือของลูกค้า ถ้าลูกค้ามีคุณสมบัติไม่เพียงพอ
สำหรับเงื่อนไขการให้สินเชื่อตามปกติ กิจการจะขายสินค้า โดยกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น 15)การกำหนดนโยบายจัดเก็บหนี้ คือ กระบวนการเพื่อจ้ดเก็บหนี้
ที่ถึงกำหนดชำระ อาจทำเป็นขั้นตอนคือ ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 10 วัน ใช้วิธีส่งจดหมาย ถ้าไม่ได้ผลจะใช้โทรศัพท์และหลัง 90 วัน ยังไม่ชำระให้ตัวแทนจัดเก็บหนี้ต่อไป
การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ มีผลกระทบต่อยอดขาย ระยะเวลาจัดเก็บหนี้ และอัตราหนี้สูญ จึงต้องนำปัจจัยดังกล่าวมาพิจารณาประกอบกันด้วย 16) ส่วนลดเงินสด
คือ จำนวนเงินที่หักจากราคาสินค้า เพื่อจูงใจให้ลูกชำระหนี้เร็วขึ้น ต้องวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากส่วนลดต่าง ๆ เช่น 2/10,Net30 คือ ลูกหนี้
ต้องชำระเงินภายใน 30 วัน ถ้าชำระภายใน 10 วัน ได้ส่วนลดเงินสด 2% การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการขายมีประโยชน์ 2 ประการ คือ อาจได้ลูกค้าใหม่
เพิ่มขึ้น เนื่องจากพิจารณาว่าราคาสินค้าลดลง และทำให้ระยะเวลาการจัดเก็บหนี้โดยเฉลี่ยลดลง เพราะลูกค้าชำระหนี้เร็วขึ้นเพื่อรับส่วนลด อัตราส่วนลดที่เหมาะสม
คือ ส่วนลดต้นทุนที่เพิ่มขี้น เท่ากับผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นพอดี 17)ปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อนโยบายการให้สินเชื่อ มี 2ประการ คือ โอกาสในการทำกำไรและ
การพิจารณาในด้านกฎหมาย (การกำหนดนโยบายสินเชื่อต้องคำนึงถึงกฎหมายแต่ละประเทศ)
บทที่ 20 หุ้นบุริมสิทธิ์ คือ หลักทรัพย์ลูกผสม มีลักษณะคล้ายพันธบัตรและคล้ายหุ้นสามัญ เป็นรายการหนึ่งของส่วนของผู้ถือหุ้น ข้อดีคือ (1) แม้ว่าจะไม่จ่ายเงินปันผล
ผู้ถือหุ้นก็จะไม่สามารถฟ้องบริษัทให้ล้มละลายได้ (2) ไม่ทำให้สิทธิส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นสามัญลดลง (3) หุ้นบุริมสิทธิ์ส่วนใหญ่ไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน
จึงไม่คำนึงถึงกระแสเงินสดจ่ายจำนวนมากเช่นเดียวกับการไถ่ถอนบันธบัตร ข้อเสีย (1) เงินปันผลจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อทำให้เสียภาษีน้อยลง
ได้ การระดมทุนจากหุ้นบุริมสิทธิ์เปรียบเสมือนการระดมทุนจากหนี้สิน ทำให้ความเสี่ยงทางการเงินสูงขึ้น
การเช่า Leasing คือ การตกลงที่ผู้ให้เช่าสินทรัพย์ยินยอมให้ผู้เช่าสินทรัพย์มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ตามที่ได้ตกลงทำตามสัญญาไว้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดย
ได้รับค่าเช่าตอบแทนกรณีที่ผู้เช่าจ่ายค่าบำรุงรักษา ค่าภาษี ค่าเบี้ยประกันเหล่านี้เรียกว่า net lease การเช่า มี 3 ประเภทคือ 1) ขายและเช่ากลับคืนมา (Sale and lease back)
(2) การเช่าเพื่อใช้ในการดำเนินงาน(operating หรือ service leases ) (3) การเช่าเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ (Financial หรือ Capital Lease)
ปัจจัยในการให้เช่า มี 2 ประการ คือ (1) การประมาณมูลค่าซากสินทรัพย์เมื่อครบกำหนดเช่า (2) การมีเครดิตเพิ่มขึ้น การเช่ามีข้อดีของกิจการที่มีความต้องการจัดหาเงิน
ทุนโดยการกู้ยืมสูง 2 ประการ คือ (1) การเช่ากิจการกาารจัดหาเงินทุนในระยะยาวได้มากกว่าการกู้ยืมเงินโดยสินทรัพย์เป็นหลักประกัน (2) การเช่าไม่ปรากฎในงบดุล
ทำให้การวิเคราะห์เครดิต ของกิจการดีสามารถจัดหาเงินโดยการกู้ยืมได้มากกว่ากิจการที่ไม่ได้เช่า
ใบสำคัญเสดงสิทธิ (Warrant) คือ ใบสำคัญที่บริษัทออกให้ผู้ถือเพื่อแสดงสิทธิ์ในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้ภายในเวลาและราคาที่กำหนด หลักทรัพย์แปลงสภาพ
คือ พันธบัตรหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขให้มีสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ มีข้อแตกต่างจากใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในการซื้อหุ้นสามัญ เมื่อผู้ถือใบแสดงสิทธิ์
นำมาใช้ซื้อหุ้นสามัญจะทำให้เงินทุนของกิจการสูงขึ้นแต่หลักทรัพย์แปลงสภาพเป็นการแปลงสภาพหนี้สินเป็นหุ้นสามัญในงบดุลเท่านั้น
อัตราการแปลงสภาพ (CR) คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ผู้ถือหลักทรัพย์แปลงสภาพได้รับเมื่อนำหลักทรัพย์มาแปลงสภาพ
ราคาแปลงสภาพคือ (PC) คือราคาแท้จริงที่ผู้ลงทุนชำระสำหรับหุ้นสามัญที่ได้รับการแปลงสภาพ



ในทำนองเดียวกัน เมื่อทราบราคาแปลงสภาพจะคำนวณอัตราการแปลงสภาพได้ คือ



การเปรียบเทียบใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญและหลักทรัพย์แปลงสภาพ (1) การนำใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญมาใช้ทำให้มีเงินทุนใหม่
เพิ่มขึ้นแต่การแปลงสภาพเป็นเพียงการเปลี่ยนหนี้สินให้เป็นทุนเท่านั้น (2) มีความยืดหยุ่นต่างกัน พันธบัตรแปลงสภาพกำหนดให้มีการไถ่ถอนคืนได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับ
ความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่าแปลงสภาพและราคาเรียกไถ่ถอน แต่ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญเรียกไถ่ถอนคืนไม่ได้ กิจการต้องคอยจนกระทั่งหมดอายุ
(3) ค่าใช้จ่ายในการออกพันธบัตรพร้อมใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ จำหน่ายจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการออกพันธบัตรแปลงสภาพจำหน่าย

สรุปการจัดการการเงิน

บทที่16 การจัดหาเงินทุนสำหรับสินทรัพย์หมุนเวียน
1)ทางเลือกของนโยบายการจัดหาเงินเพื่อลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน ธุรกิจจะต้องมีสินทรัพย์หมุนเวียนขั้นต่ำไว้เพื่อดำเนินธุรกิจจำนวนหนึ่ง และเมื่อยอดขาย
เพิ่มขึ้น ก็จะมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือตามวัฏจักรของธุรกิจ ///// Maturity Matching Or "Self-Liquidating " Approach คือนโยบายจัดหา
หนี้สิน มีระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาการลงทุนในสินทรัพย์ Aggressive Approach นโยบายนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงคือสินทรัพย์หมุนเวียนขั้นต่ำบางส่วนจัดหาเงิน
ทุนจากแหล่งเงินกู้ระยะสั้น ที่ไม่เกิดขึ้นเองอัตโนมัติ เนื่องจากหนี้สินระยะสั้นมีต้นทุนต่ำกว่าหนี้สินระยะยาว (ผู้บริหารที่ชอบเสี่ยงจะชอบนโยบายนี้ เพราะแลกกับ
โอกาสที่จะได้รับกำไรสูง ////// Conservative Approach ถือหลักความปลอดภัย ไม่ชอบเสี่ยงการลงทุนในส/ทหมุนเวยียนมีความปลอดภัยเพราะส/ทขั้นต่ำและส/ท
ชั่วคราวบางส่วนจะจัดหามาจากแหล่งเงินทุนระยะยาว 2)ข้อดีและข้อเสียของการจัดหาเงินทุนระยะสั้น การจัดหาเงินทุนระยะสั้นตามนโยบายทั้ง3 มีสัดส่วน
ที่ต่างกัน นโยบาย Aggressive ใช้หนี้สินระยะสั้นมากที่สุด นโยบาย Conservative ใช้หนี้สินระยะสั้นน้อยที่สุด แม้ว่าหนี้สินระยะสั้นจะเสี่ยงมากกว่าระยะยาว แต่มีข้อ
ได้เปรียบเสียเปรียบคือ ระยะเวลาที่ใช้ในการขอกู้เงิน ความยืดหยุ่น ต้นทุนของหนี้สิน ระยะยาวและสั้น ความเสี่ยงของหนี้สินระยะยาวและสั้น 3)แหล่งเงินทุนระยะ
สั้น ธุรกิจสามารถจัดหาเงินทุนระยะสั้นได้จากแหล่งต่างๆ แต่แหล่งเงินทุนระยะสั้น ที่สำคัญคือ คชจ.ค้างจ่าย เจ้าหนี้การค้าหรือเครดิตทางการค้า เงินกู้ธนาคาร
ตราสารพาณิชย์ 4)คชจ.ค้างจ่าย เมื่อกิจการขยายการดำเนินงาน คชจ.ค้างจ่ายเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และเป็นหนี้สินที่ไม่มีต้นทุนไม่มีการชำระดอกเบี้ย แต่ก็
ไม่สามารถควบคุมคชจ.ค้างจ่ายได้ เพราะการจ่ายคชจ.ค้างจ่ายจะต้องจ่ายตามเวลา แต่คชจ.ค้างจ่ายก็ยังมีประโยชน์ ถือเป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้น แหล่งหนึ่งของกิจการ
5)เจ้าหนี้การค้า(เครดิตการค้า) เจ้าหน้การเกิดขึ้นจากการขายเชื่อ เป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้นสำหรับกิจการ ทั่วไปที่ไม่ได้ทำธุรกิจด้านการเงิน คือจะมีเจ้าหนี้การค้า
ประมาณ 40% ของหนี้สินระยะสั้นทั้งสิ้น และถ้าธุรกิจขนาดเล็กที่จัดหาเงินทุนจากแหล่งอื่นได้ยาก ต้องอาศัยเครดิตทางการค้ามากขึ้น เครดิตทางการค้าเป็นแหล่ง
เงินทุนที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ จากการค้าขายกันตามปกติ ///ต้นทุนเครดิตทางการค้า การคำนวณหาต้นทุนของเงินทุนที่ได้จาก เครดิตทางการค้าภายใต้เงื่อนไข
เช่น 2/10,N/30 Irom = Discount Percent 365 = [ 2/(100-2) ] x [365/(30-10) ]=0.3723 x 100
100 - Discount Percent จำนวนวันที่ให้เครดิต - ระยะที่ให้ส่วนลด = 37.2%
Iper = Inom '= 37.2% = 2.04% /////// องค์ประกอบเครดิตทางการค้า แบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ไม่มีต้นทุนกับมีต้นทุน
M 18.25
6. เงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร มีดังนี้ Maturity เป็นเงินกู้ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ธนาคารจะให้ผู้กู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินระยะเวลา 90 วัน , ตั๋วสัญญาใช้เงิน(P/N) เมื่อ
ธนาคารอนุมัติการให้กู้และให้ผู้กู้ลงชื่อในตั๋วสัญญาใช้เงิน ธ.จะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวันให้ ,เงินฝากขั้นต่ำ
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง = เงินกู้ x อัตราดอกเบี้ยที่ตกลง
เงินชำระหนี้
7. ต้นทุนของเงินกู้จากธนาคาร ถ้ากู้น้อยดอกเบี้ยจะสูง ดอกเบี้ยตามปกติ คือ ดอกเบี้ยที่ไม่คิดทบต้น อัตราดอกเบี้ยต่อวัน = อัตราดอกเบuhยที่กำหนด / 365
8. การเลือก ธ. - ยอมรับความเสี่ยง ธ. , - การให้คำปรึกษาแนะนำ , - ความจริงใจของ ธ. ต่อลูกค้า, - ความเชี่ยวชาญ , - วงเงินกู้สูงสุด , - Merchant Banking
9. ตราสารพาณิชย์ คือ ตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นไม่มีหลักค้ำประกัน ผู้ที่ออกต้องเป็นบริษัทที่มีกิจการขนาดใหญ่ 10. การจัดหาเงินทนระยะสั้นโดยมีหลักประกัน
ส/ท ที่ใช้เป็นหลักประกัน เช่น ที่ดิน เครื่องจักร สินค้า ลูกหนี้ กรณีเงินกู้ระยะยาวใช้สินทรัพย์ถาวรเป็นหลักประกัน ,สั้น ใช้ลูกหนี้หรือสินค้าเป็นหลักประกัน

สรุปเข้าห้องสอบ

บทที่ 18 ตราสารอนุพันธ์และการจัดการความเสี่ยง
ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) หมายถึง หลักทรัพย์ที่ไม่มีมูลค่าในตัวเอง มูลค่าของหลักทรัพย์นึ้ขั้นอยู่กับราคาตลาดหรืออัตราดอกเบี้ยของสินทรัพย์อื่น เช่น สิทธิที่
จะซื้อจะขายหุ้นสามัญ (Option) มูลค่าของสิทธิดังกล่าวขึ้นอยู่กับราคาตลาดของหุ้นสามัญที่รองรับ---> บุคคลกลุ่มที่ 3 คือ นักเก็งกำไร : เข้ามาซื้อขายโดยคาด่าสินทรัพย์
จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยไม่มีความต้องการป้องกันความเสี่ยง เมื่อบุคคลกลุ่มนี้เข้ามามาก ทำให้ตลาดมีสภาพคล่องและมั่นคงมากขึ้น หากไม่มีการควบคุมที่ดีพอ
ก็จะขาดทุนถึงขึ้นล้มละลายได้ Option คือสัญญาแสดงสิทธิของผู้ถือ Option จะซื้อหรือจะขายสินทรัพย์ใดๆที่ระบุไว้ตามจำนวน ภายในระยะเวลาที่กำหนด (strike
หรือ exercise price) ผู้ซื้อต้องจ่าย premiumให้แก่ผู้ขายในวันทำสัญญา จะไม่เป็นการบังคับผู้ถือ Option ให้ซื้อหรือขายแต่อย่างใด มี 2 ประเภท (1) Call Option คือ
Option ที่ผู้ซื้อมีสิทธิจะซื้อสินทรัพย์ตามจำนวน ราคา ภายในระยะเวลาที่กำหนดในอนาคต (2) Put Option คือ Option ที่ผู้ซื้อมีสิทธมีสิทธิจะขายสินทรัพย์ตามจำนวน
ราคา ภายในระยะเวลาที่กำหนดในอนาคต ผู้เกี่วข้องกับ Option มี 2 ฝ่าย คือ (1) ฝ่ายผู้ซื้อ Option (2) ฝ่ายผู้ขาย Option 1. ฝ่ายผู้ซื้อ Option มีสิทธิที่จะใช้หรือไม่ใช้
Option นั้นก็ได้ โดยผู้ซื้อจะจำกัดผลขาดทุนเท่ากับ Premium ที่จ่ายให้กับผู้ขาย แต่จะมีกำไรไม่จำกัด-->จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ซื้อไว้ (2) ผู้ขาย Option
มีพันธะที่ต้องปฏิบัติตามเมื่อผู้ซื้อเลือก ที่จะใช้สิทธิ โดยผู้ขายสิทธิจะได้รับผลตอบแทนจำกัด เท่ากับ premium ที่ได้รับ แต่ขาดทุนไม่จำกัดขึ้นอยู่กับมูลค่าของสินทรัพย์
ที่ขายไป การใช้สิทธิมี 2 แบบ 1. Amercan Option : ผู้ซื้อสามารถเลือกใช้สิทธิในการซื้อหรือขายตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจนถึงวันครบสัญญา (2) European Option :
ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิซื้อขายได้เฉพาะวันครบกำหนดสัญญา ราคาใช้สิทธิ (exercise price หรือ strike price) คือราคาที่กำหนดให้ผู้ซื้อใช้สิทธิในการซื้อหรือขาย ถ้า
ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาดในขณะนั้นเรียกว่า in-the-money ถ้าราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาในตลาดนั้น เรียกว่า out-of-the-money(OTM)และหากใช้สิทธิเท่ากับราคาใน
ขณะนั้น เรียกว่า at-the-money (ATM) Put Option = ราคาที่กำหนดให้ใช้สิทธิ - ราคาตลาด เช่น นาย ไม่มีหุ้นใน บ. ก แต่
นาย ก ขายสิทธิซื้อหุ้นให้นาย ข 100 หุ้น @55฿ ใช้สิทธิภายใน ม.ค. สิทธิละ 3.15฿ ซื้อ สิทธิในการขายหุ้นไว้ 100 หุ้น @50 บาท ใช้สิทธิได้ภายใน ม.ค. ราคาสิทธิละ 2.20 ฿
ถ้าราคาตลาด 60 = (60-55)100-315 = 185 บาทคือกำไร ราคาตลาด 45 ฿ = (50-45)100-220 = 280 บาท คือกำไร
ตัวอย่าง CALL OPTION สิทธิจะซื้อหุ้น A ราคาหุ้นละ20 บาท ในระยะเวลา 3 เดือน ราคาสิทธิละ 3 บาท คือผู้ซื้อสิทธินี้จะได้สิทธิในการซื้อหุ้น A
ราคาหุ้นละ 20 บาท โดยจ่ายค่า Premium ให้ผู้ขายล่วงหน้า ณ วันที่ทำสัญญา 3 บาท ถ้าใน 3 เดือนนี้ราคาหุ้น A ในท้องตลาดต่ำว่า 20 บาท ผู้ซื้อสิทธิก็จะไม่ใช้สิทธิ
ผู้ขายจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับ Premium = 3 บาท แต่ถ้าราคาหุ้นในท้องตลาดสูงกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ซื้อสิทธิจะใช้สิทธิซื้อหุ้นราคา 20 บาท จากผู้ขาย
หรือ ไม่ก็ได้ แต่ผู้ขายต้องปฏบัติตามที่ผู้ซื้อต้องการ โดยได้รับผลตอบแทนมากที่สุดเท่ากับค่า Premium
ตัวอย่าง PUT OPTION ซื้อสิทธิในการขายหุ้น ( put option) เพื่อมีสิทธิในการขายหุ้นบริษัท A ในเดือนมกราคม ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 50 บาทจำนวน 100 หุ้น
ต้องจ่าย premium 2.2 บาทต่อหุ้น ถ้าราคาหุ้นลงลดเหลือ 45บาท ก็สามารถใช้สิทธิจะขายหุ้นได้ในราคาหุ้นละ 50 บาท ถ้ายังไม่มีหุ้นก็สามารถซื้อหุ้นจากตลาด
และ ใช้สิทธิจะขายหุ้น 100 หุ้น คงเหลือกำไรทั้งสิ้น ( 50 x 100 ) - ( 2.2 x 100 ) = 280 บาท
FORDWARD CONTRACTS คือข้อตกลงที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งตกลงซื้อขายสินทรัพย์จำนวนหนึ่งจากอีกฝ่ายหนึ่งโดยตกลงขายกันในวันทำสัญญา แต่จะส่งมอบ
และชำระเงินในอนาคตตามวันที่กำหนดไว้ ฉะนั้นราคาสินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากวันทำสัญญามากจะมีโอกาสให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาได้
Future Contracts : FC) คล้ายกับ Forward Contracts แตกต่างกัน 3 อย่าง คือ (1) F C ปรับราคาตามตลาดทุกวัน บันทึกกำไรขาดทุนทุกวัน ถ้าขาดทุนจะต้อง
จ่ายเงินเพิ่มหุ้ค้มกับผลขาดทุนนั้น จึงทำให้มีการผิดสัญญาลดลง (2) FC ไม่มีการส่งมอบสินทรัพย์ เมื่อครบกำหนดสัญญาจะจ่ายหรือรับเงินส่วนต่างเท่านั้น
(3) FC เป็นสัญญามาตรฐานสามารถนำไปซื้อขายในตลาดได้ กำหนดขนาดสัญญา วันหมดอายุ กฎระเบียบที่ซื้อขายที่ควบคุมโดยตลาดที่เป็นคนกลางระหว่าง
คู่สัญญา 2 ฝ่ายที่กำหนดข้อสัญญาให้ตรงกันตามความต้องการขอคู่สัญญาเท่านั้น
การแลกเปลี่ยน (Swaps) คือสัญญาที่คู่สัญญา 2 ฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนธุรกรรมกัน เช่นการแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย สกุลเงิน ข้อดีคือช่วยลดต้นทุน เพราะไม่มี
ค่าคนกลาง swaps ใช้ลดความเสี่ยงทางการเงิน เช่น การแลกเปลี่ยนความรับผิดชอบในการชำระเงิน---> ช่วยลดเวลา ความยุ่งยาก เพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพ
Structured Note คือ ภาระหนี้สินที่เกิดจากภาระหนี้สินอื่น เช่น กรณีวานิชธนากร ได้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลชนิเรียกไถ่ถอนคืนไม่ได้อายุ 30 ปีมาเป็นหลักประกัน
การจำหน่ายพันธบัตรไร้ดอกเบี้ยเป็นชุดๆ ตามงวดดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตรรัฐบาล ชุดสุดท้ายของพันธบัตรไร้ดอกเบี้ยมีอายุ 30 ปี จะค้ำประกันด้วยดอกเบี้ย
ที่ได้รับชุดสุดท้ายจากพันธบัตรรัฐบาล Inverse Floater(FV) คือ ตั๋วเงินที่มีอัตราผลตอบแทนเคลื่อนไวตรงข้ามกับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด
เช่น ตั๋วเงินอัตราดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้าชั้นดี บวก 1% แต่ IF นี้อัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามของตลาด ดอกเบี้ยสูง IF จะต่ำ

Popular Posts